Koh DurianKoh Durian
วีซ่า/การพำนัก

คู่มือต่อวีซ่าคู่สมรส F-6 และขั้นตอนขอสัญชาติเกาหลีแบบง่าย

อัปเดตล่าสุด 1 ตุลาคม 2569

สรุปวิธีต่อวีซ่าคู่สมรส F-6 เงื่อนไขการขอสัญชาติเกาหลีแบบง่ายตามกฎหมายสัญชาติ ขั้นตอน และระยะเวลาการพิจารณา

วีซ่าคู่สมรส F-6 คืออะไร

F-6 คือสถานะการพำนักที่ออกให้กับชาวต่างชาติที่แต่งงานกับคนเกาหลีและใช้ชีวิตคู่กันในเกาหลี โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทย่อยตามสถานะของชีวิตคู่ในขณะนั้น

  • F-6-1 (อยู่กินฉันสามีภรรยา): ใช้ชีวิตคู่กับคู่สมรสชาวเกาหลีตามปกติ
  • F-6-2 (เลี้ยงดูบุตร): กำลังเลี้ยงดู หรือต้องเลี้ยงดูบุตรในเกาหลีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งเกิดจากการสมรสกับคนเกาหลี (รวมถึงกรณีหย่าร้างแล้วด้วย)
  • F-6-3 (ชีวิตคู่สิ้นสุดลง): คู่สมรสเสียชีวิตหรือสูญหาย หรือชีวิตคู่สิ้นสุดลงด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของตนเอง

ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน เอกสารและวิธีการตรวจสอบตอนขอต่อวีซ่าจะต่างกันไปบ้าง

วิธีต่อวีซ่า F-6

ต้องยื่นขอต่ออายุก่อนที่ระยะเวลาพำนักเดิมจะหมดอายุ

  • ช่วงเวลาที่ยื่นได้: ยื่นได้ตั้งแต่ 4 เดือนก่อนวันหมดอายุ ถ้ายื่นที่สำนักงานโดยตรงยื่นได้ถึงวันหมดอายุ ส่วนถ้ายื่นผ่านระบบออนไลน์ของ HiKorea จะต้องยื่นก่อนวันหมดอายุ 1 วันทำการ
  • วิธียื่น: ยื่นออนไลน์ผ่าน HiKorea (hikorea.go.kr) หรือไปยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลพื้นที่ที่เราอยู่
  • เอกสารพื้นฐานสำหรับ F-6-1 (ชีวิตคู่ปกติ): พาสปอร์ต, บัตรประจำตัวคนต่างด้าว, ใบรับรองความสัมพันธ์การสมรสของคู่สมรสชาวเกาหลี, สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรส, เอกสารยืนยันที่อยู่ (เช่น สัญญาเช่าบ้าน)
  • กรณี F-6-2 (เลี้ยงดูบุตร): นอกจากเอกสารข้างต้น ต้องมีเอกสารแสดงความสัมพันธ์กับบุตรและการเลี้ยงดู (ใบรับรองความสัมพันธ์ในครอบครัว, เอกสารศาลเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร เป็นต้น)
  • กรณี F-6-3 (ชีวิตคู่สิ้นสุดลง): ใบมรณบัตรของคู่สมรส หรือเอกสารเกี่ยวกับการสูญหาย หรือคำพิพากษา/เอกสารศาลที่แสดงว่าการหย่าเป็นความผิดของฝ่ายคู่สมรสชาวเกาหลี
  • ค่าธรรมเนียม: โดยทั่วไปมีการแจ้งว่าอยู่ที่ประมาณ 30,000 วอน แต่แต่ละแหล่งข้อมูลแจ้งตัวเลขไม่ตรงกัน และอาจต่างกันระหว่างยื่นออนไลน์กับยื่นที่สำนักงาน แนะนำให้ตรวจสอบยอดที่แน่นอนอีกครั้งที่ HiKorea ก่อนไปยื่นจริง
  • ระยะเวลาดำเนินการ: บทความนี้ยังไม่พบข้อมูลระยะเวลาดำเนินการที่ประกาศอย่างชัดเจนจากหน่วยงานทางการ (ยังไม่ยืนยัน) ถ้าเอกสารครบถ้วนมักจะดำเนินการได้ค่อนข้างเร็ว แต่ถ้าต้องขอเอกสารเพิ่มเติมหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม อาจใช้เวลานานขึ้น

การขอสัญชาติแบบ "ง่าย" (간이귀화) ตามกฎหมายสัญชาติเกาหลี คืออะไร

คนที่แต่งงานกับคนเกาหลีสามารถขอสัญชาติผ่านช่องทาง "การขอสัญชาติแบบง่าย" ซึ่งเร็วกว่าการขอสัญชาติแบบทั่วไป (ที่ต้องอยู่เกาหลีต่อเนื่อง 5 ปีขึ้นไป) กฎหมายสัญชาติ มาตรา 6 วรรค 2 กำหนดเงื่อนไขสำหรับ "ชาวต่างชาติที่คู่สมรสมีสัญชาติเกาหลี" ไว้ดังนี้ (แปลความจากตัวบทกฎหมายต้นฉบับบนเว็บไซต์ของสำนักงาน กฤษฎีกาเกาหลี law.go.kr)

กฎหมายสัญชาติ มาตรา 6 (เงื่อนไขการขอสัญชาติแบบง่าย) วรรค 2 ชาวต่างชาติที่คู่สมรสมีสัญชาติเกาหลี และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สามารถขอสัญชาติได้โดยไม่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 5 ข้อ 1 และ ข้อ 1 ทวิ (คือเงื่อนไขการอยู่เกาหลีต่อเนื่อง 5 ปีของการขอสัญชาติแบบทั่วไป)

  1. อยู่กินฉันสามีภรรยากับคู่สมรสคนนั้น และมีที่อยู่ในเกาหลีต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
  2. แต่งงานมาแล้วเกิน 3 ปี และในช่วงเวลาที่ยังเป็นสามีภรรยากันนั้น มีที่อยู่ในเกาหลีต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี
  3. ถ้ายังไม่ครบระยะเวลาตามข้อ 1 หรือข้อ 2 แต่ระหว่างที่อยู่กินกับคู่สมรสและมีที่อยู่ในเกาหลี คู่สมรสเสียชีวิต หรือสูญหาย หรือไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ตามปกติได้ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของตนเอง และได้อยู่ในเกาหลีจนครบ ระยะเวลาที่เหลือตามข้อ 1 หรือข้อ 2 แล้ว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นว่าสมควร
  4. ถ้ายังไม่เข้าเงื่อนไขตามข้อ 1 หรือข้อ 2 แต่กำลังเลี้ยงดู หรือต้องเลี้ยงดูบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งเกิดจาก การสมรสกับคู่สมรสคนนั้น และได้อยู่ในเกาหลีจนครบระยะเวลาตามข้อ 1 หรือข้อ 2 แล้ว โดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเห็นว่าสมควร

สรุปให้เข้าใจง่ายขึ้น

  • ช่องทางที่ 1: แต่งงานและมีที่อยู่ในเกาหลีต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี ก็ยื่นขอได้
  • ช่องทางที่ 2: แต่งงานมาแล้วเกิน 3 ปี และในจำนวนนั้นมีที่อยู่ในเกาหลีต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี (ขณะที่ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่)
  • ช่องทางที่ 3: ถ้ายังอยู่ไม่ครบตามข้อ 1-2 แต่คู่สมรสเสียชีวิต สูญหาย หรือชีวิตคู่จบลงด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของเรา (ต้องอยู่เกาหลีจนครบระยะเวลาที่เหลือ และต้องให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมพิจารณาเป็นรายกรณี)
  • ช่องทางที่ 4: ถ้ายังอยู่ไม่ครบตามข้อ 1-2 แต่กำลังเลี้ยงดูบุตรที่เกิดจากการแต่งงานนี้ (เงื่อนไขเรื่องระยะเวลาที่เหลือ และการพิจารณาเป็นรายกรณีเหมือนข้อ 3)

ช่องทางที่ 3 และ 4 มีคำว่า "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นว่าสมควร" ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่แค่มีเอกสารครบแล้วจะผ่านอัตโนมัติ แต่ต้องผ่านการพิจารณาเป็นรายกรณีด้วย ถ้าคิดว่าตัวเองอาจเข้าข่ายช่องทางที่ 3 หรือ 4 แนะนำให้ไปปรึกษาสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลพื้นที่ หรือโทรปรึกษาศูนย์ให้บริการข้อมูลชาวต่างชาติ (1345) ก่อนเป็นอันดับแรก

ขั้นตอนการพิจารณาสัญชาติ ใช้เวลานานแค่ไหน

การพิจารณาขอสัญชาติแบบสมรส (ตามมาตรา 6 วรรค 2) นอกจากตรวจเอกสารแล้ว ยังมีขั้นตอนเหล่านี้ด้วย

  • สัมภาษณ์: ผู้ขอสัญชาติแบบสมรสโดยหลักจะต้องผ่านการสัมภาษณ์ เพื่อตรวจความสามารถภาษาเกาหลี ความเข้าใจเรื่องสังคมและกฎหมายเกาหลี และความจริงใจของการสมรส
  • การตรวจสอบข้อเท็จจริง (실태조사): เป็นขั้นตอนตรวจสอบว่าใช้ชีวิตคู่กันจริงหรือไม่ โดยอาจง่ายขึ้นถ้าพิจารณา จากระยะเวลาการแต่งงาน ลักษณะครอบครัว และการเลี้ยงดูบุตรประกอบกัน
  • ความเกี่ยวข้องกับโครงการบูรณาการสังคม (KIIP): ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2018 ข้อสอบข้อเขียน ขอสัญชาติถูกแทนที่ด้วย "การประเมินรวมสำหรับผู้ขอสัญชาติ" กล่าวคือ ถ้าเรียนจบ KIIP ระดับ 5 ครบทั้ง หลักสูตร (พื้นฐาน+เข้ม) แล้วสอบผ่านการประเมินรวมนี้ ก็ไม่ต้องสอบข้อเขียนขอสัญชาติแยกต่างหากอีก การยกเว้นสัมภาษณ์ขอสัญชาติจะได้รับเฉพาะผู้ที่ "เรียนจบ KIIP ระดับ 5 ครบทั้งหลักสูตร" และสอบผ่าน การประเมินรวมเท่านั้น หากสอบผ่านการประเมินรวมแต่ไม่ได้เรียนจบระดับ 5 ครบหลักสูตร จะไม่ได้รับการ ยกเว้นสัมภาษณ์ (ดูรายละเอียดระดับชั้นและชั่วโมงเรียนเพิ่มเติมได้ในบทความ "คู่มือโครงการบูรณาการ สังคมสำหรับชาวต่างชาติ (KIIP) และการเรียนภาษาเกาหลี") เงื่อนไขที่ตรงกับสถานการณ์ของตัวเอง แนะนำให้ตรวจสอบอีกครั้งที่เว็บไซต์โครงการบูรณาการสังคม (socinet.go.kr) หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  • ระยะเวลาพิจารณา: ตามข้อมูลที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงยุติธรรมเผยแพร่ การขอสัญชาติแบบสมรส โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 19 เดือน แต่ถ้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงถูกทำให้ง่ายขึ้น (พิจารณาจากระยะเวลาแต่งงาน ลักษณะครอบครัว การเลี้ยงดูบุตร ฯลฯ) อาจเหลือประมาณ 10 เดือน ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยทั่วไป แต่ละคนอาจใช้เวลา ต่างกันไปตามสถานการณ์ (เช่น เดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลานาน ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม หรือต้องรอความเห็นจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
  • ตอนไหนถึงจะได้สัญชาติจริง: แม้ผลการพิจารณาจะผ่านแล้ว ก็ยังต้องไปร่วมพิธีปฏิญาณตนเป็นพลเมืองและรับใบ สัญชาติตามที่นัดหมาย ถึงจะถือว่าได้รับสัญชาติเกาหลีอย่างสมบูรณ์

ถ้าหย่าร้างหรือคู่สมรสเสียชีวิต สถานะการพำนักจะเป็นอย่างไร

การหย่าร้างหรือการที่คู่สมรสเสียชีวิต ไม่ได้แปลว่าจะต้องเสียสถานะการพำนักทันที ถ้าอยู่ในสถานการณ์ต่อไปนี้ ยังมีทางให้คงสถานะการพำนักไว้ได้

  • กรณีเลี้ยงดูบุตร (F-6-2): ถ้ากำลังเลี้ยงดูบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งเกิดจากการแต่งงานกับคู่สมรสชาวเกาหลี หรือมีสิทธิ์เลี้ยงดู/สิทธิ์เยี่ยมบุตร มีข้อมูลว่าสามารถยื่นคำพิพากษาศาลเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร เพื่อคงสถานะ F-6-2 ไว้ได้
  • กรณีคู่สมรสเสียชีวิต/สูญหาย หรือการสิ้นสุดชีวิตคู่ไม่ใช่ความผิดของเรา (F-6-3): มีข้อมูลว่าถ้ายื่นใบมรณบัตรของคู่สมรส เอกสารเกี่ยวกับการสูญหาย หรือคำพิพากษาศาลที่แสดงว่าการหย่าเป็นความผิดของฝ่ายคู่สมรสชาวเกาหลี จะสามารถคงสถานะ F-6-3 ไว้ได้ ในทางกลับกัน ถ้าการหย่าเกิดจากความผิดของฝ่ายชาวต่างชาติเอง การคงสถานะ F-6 ไว้อาจทำได้ยากขึ้น
  • เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ผลลัพธ์แตกต่างกันมากตามสถานการณ์การหย่าร้างและสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรของแต่ละคน บทความนี้ให้ข้อมูลในภาพรวมเท่านั้น ก่อนยื่นเรื่องจริงแนะนำให้ปรึกษาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ศูนย์ให้บริการข้อมูล ชาวต่างชาติ (1345) หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายสำหรับผู้หญิงที่ย้ายถิ่นฐานเพื่อสมรส โดยเล่าสถานการณ์ ของตัวเองให้ละเอียด

วิธียื่นขอสัญชาติ / ขั้นตอนการสมัคร

  1. ตรวจสอบเงื่อนไข: ดูว่าตัวเองเข้าเงื่อนไขช่องทางไหนใน 4 ช่องทางของมาตรา 6 วรรค 2 ข้างต้น
  2. ตัดสินใจเรื่องโครงการบูรณาการสังคม (KIIP): ถ้าเรียนจบระดับ 5 ครบทั้งหลักสูตร (พื้นฐาน+เข้ม) และสอบผ่านการประเมินรวม จะได้รับการยกเว้นทั้งข้อสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ขอสัญชาติ (ถ้าสอบผ่าน การประเมินรวมอย่างเดียวโดยไม่จบระดับ 5 ครบหลักสูตร จะยกเว้นได้แค่ข้อสอบข้อเขียน ไม่ยกเว้นสัมภาษณ์) ถ้าเป็นไปได้ควรสมัครเรียนไว้ล่วงหน้า
  3. เตรียมเอกสาร: เตรียมตามรายการเช็กลิสต์ด้านล่าง เอกสารที่ออกจากประเทศไทยอาจต้องแปลและรับรองเอกสาร หรือขอ Apostille
  4. ยื่นคำร้องขอสัญชาติ: ไปยื่นคำร้องขอสัญชาติพร้อมเอกสารที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลพื้นที่ที่อยู่ และชำระค่าธรรมเนียม (สอบถามที่สำนักงานว่ายื่นออนไลน์ได้หรือไม่)
  5. การตรวจสอบข้อเท็จจริงและสัมภาษณ์: ดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ซึ่งอาจรวมถึงการเยี่ยมบ้านด้วย
  6. ตรวจสอบความคืบหน้า: ล็อกอินเข้า HiKorea (hikorea.go.kr) แล้วไปที่เมนู "ตรวจสอบข้อมูล → ตรวจสอบความคืบหน้า การพิจารณาสัญชาติ" กรอกเลขที่รับเรื่อง เลขพาสปอร์ต และวันเกิด เพื่อดูสถานะ
  7. แจ้งผลและพิธีปฏิญาณตน: ถ้าผลการพิจารณาผ่าน จะได้รับแจ้งกำหนดการพิธีปฏิญาณตนเป็นพลเมืองและรับใบสัญชาติ ต้องเข้าร่วมพิธีนี้ให้ครบจึงจะถือว่าได้รับสัญชาติเกาหลีอย่างเป็นทางการ

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม (สำหรับขอสัญชาติแบบสมรส อาจมีเอกสารเพิ่มเติมตามแต่ละคน)

  • คำร้องขอสัญชาติ พร้อมค่าธรรมเนียม
  • พาสปอร์ต บัตรประจำตัวคนต่างด้าว
  • ใบรับรองความสัมพันธ์ในครอบครัว/ใบรับรองความสัมพันธ์การสมรสของคู่สมรสชาวเกาหลี
  • เอกสารแสดงความจริงใจของการสมรส (รูปถ่ายช่วงคบหา/แต่งงาน รูปถ่ายชีวิตประจำวัน บันทึกการโทร/ข้อความ ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ)
  • เอกสารแสดงความสามารถในการเลี้ยงชีพ (ใบรับรองรายได้ ใบรับรองการทำงาน รายการเดินบัญชี)
  • ใบรับรองไม่มีประวัติอาชญากรรมจากประเทศไทย (พร้อมแปลและรับรองเอกสาร)
  • เอกสารสำหรับขึ้นทะเบียนครอบครัว (เช่น สูติบัตร — อาจต้องแปลและรับรองเอกสาร)
  • (ถ้ามี) ใบรับรองการเรียนจบโครงการบูรณาการสังคม/ใบรับรองผลสอบการประเมินรวม
  • (กรณีหย่า/คู่สมรสเสียชีวิต) ใบมรณบัตร เอกสารเรื่องการสูญหาย หรือคำพิพากษาหย่า/เอกสารไกล่เกลี่ยที่แสดงความผิดของอีกฝ่าย
  • (กรณีเลี้ยงดูบุตร) ใบรับรองความสัมพันธ์ในครอบครัวของบุตร เอกสารศาลเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร

เอกสารที่ต้องใช้จริงจะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ของแต่ละคน แนะนำให้สอบถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลพื้นที่ ล่วงหน้าก่อนไปยื่นเรื่องจริง

ติดต่อสอบถาม

  • ศูนย์ให้บริการข้อมูลชาวต่างชาติ: ☎ 1345 (มีล่ามภาษาไทย)
  • กองงานสัญชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงยุติธรรม: ☎ 02-2110-4121 (ดูแลเรื่องสัญชาติ/ขอสัญชาติ)
  • HiKorea: www.hikorea.go.kr (ต่อวีซ่า ตรวจสอบความคืบหน้าการพิจารณาสัญชาติ)
  • เว็บไซต์โครงการบูรณาการสังคม: www.socinet.go.kr (สมัครเรียน/ตรวจสอบผลการเรียน KIIP)

แหล่งข้อมูล

ข้อมูล ณ วันที่: 2026-10-01

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ผลการพิจารณาสถานะการพำนักและการขอสัญชาติ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคนอย่างมาก ก่อนยื่นเรื่องจริงกรุณาตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลพื้นที่ ศูนย์ให้บริการข้อมูลชาวต่างชาติ (1345) หรือผู้เชี่ยวชาญ (นักกฎหมาย/ที่ปรึกษาด้านวีซ่า) เกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเอง