สรุปเหตุผลตามกฎหมาย 3 ข้อที่แรงงานระบบ EPS (วีซ่า E-9) สามารถขอเปลี่ยนสถานประกอบการได้ พร้อมเกณฑ์ ละเอียดตามประกาศกระทรวงแรงงาน (รวมกำหนดยื่นภายใน 4 เดือน) วิธีสมัคร จำนวนครั้งที่จำกัด และ บทลงโทษหากมีการขัดขวาง
คู่มือเปลี่ยนสถานประกอบการสำหรับแรงงาน EPS (E-9) — เหตุผลที่ทำได้ วิธีสมัคร และจำนวนครั้งที่จำกัด
สรุปสั้นๆ ให้อ่านก่อน
- แรงงานที่ทำงานผ่านระบบใบอนุญาตทำงาน (EPS, วีซ่า E-9) สามารถขอเปลี่ยนสถานประกอบการได้เฉพาะ
เมื่อเข้าเงื่อนไข 1 ใน 3 เหตุผล ที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น (มาตรา 25 วรรค 1 ของกฎหมาย
การจ้างงานแรงงานต่างชาติ) — แค่อยากย้ายเพราะที่อื่นเงื่อนไขดีกว่าอย่างเดียว ทำไม่ได้นะคะ
- ถ้าย้ายด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของแรงงาน (เหตุผลข้อ 2) ประกาศของกระทรวงแรงงานกำหนดเกณฑ์ไว้ละเอียด และ
หลายกรณี ต้องยื่นคำขอก่อนครบ 4 เดือน (วันที่เริ่มนับต่างกันไปตามเหตุ เช่น วันที่การค้างจ่าย
สิ้นสุด วันที่เกิดอุบัติเหตุ หรือวันที่กลับเข้าทำงาน) ถ้าเลยกำหนดอาจยื่นด้วยเหตุผลนี้ไม่ได้ —
ดูหัวข้อ "เหตุผลข้อ 2 เกณฑ์ละเอียดตามประกาศกระทรวงแรงงาน" ด้านล่างให้ดีนะคะ
- ยื่นคำขอที่ศูนย์จัดหางานในพื้นที่สถานประกอบการ พร้อมแบบฟอร์มคำขอเปลี่ยนสถานประกอบการ แล้วจะ
ได้รับการดำเนินการภายใน 15 วัน หลังรับเรื่อง (ถ้ามีเหตุจำเป็น ขยายได้อีกหนึ่งครั้ง ไม่เกิน
15 วัน)
- จำนวนครั้งที่เปลี่ยนได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาทำงานครั้งแรก (3 ปี) และไม่เกิน
2 ครั้ง ในช่วงต่ออายุ (ต่อได้ไม่ถึง 2 ปี โดยทั่วไปประมาณ 1 ปี 10 เดือน) — ยกเว้นกรณีเปลี่ยน
ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของแรงงาน (เหตุผลข้อ 2 เช่น ปิดกิจการ หรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม)
ซึ่งไม่ถูกนับรวมในจำนวนครั้งนี้
- ถ้าไม่ได้รับใบอนุญาตเปลี่ยนที่ทำงานภายใน 3 เดือนหลังยื่นคำขอ หรือไม่ยื่นคำขอภายใน 1 เดือน
หลังสัญญาจ้างสิ้นสุด จะต้องเดินทางออกนอกประเทศ — ยกเว้นมีเหตุอุบัติเหตุจากการทำงาน เจ็บป่วย
ตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตร ซึ่งจะเริ่มนับระยะเวลาใหม่ตั้งแต่วันที่เหตุนั้นหมดไป
- ถ้ามีใครขัดขวางการเปลี่ยนสถานประกอบการของแรงงานต่างชาติ อาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน
10 ล้านวอน (มาตรา 29) — ถ้านายจ้างไม่ยอมให้ย้าย ให้รู้ไว้ว่ามีกฎหมายคุ้มครองอยู่ค่ะ
เปลี่ยนสถานประกอบการได้ในกรณีใดบ้าง
ตามมาตรา 25 วรรค 1 มี 3 เหตุผล:
- นายจ้างเป็นฝ่ายยกเลิกสัญญา: นายจ้างต้องการยกเลิกสัญญาจ้างก่อนครบกำหนดด้วยเหตุผลอันสมควร
หรือไม่ต่อสัญญาเมื่อครบกำหนด
- เหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของแรงงาน: ปิดกิจการ/หยุดกิจการชั่วคราว, ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจ้างงาน,
ถูกจำกัดการจ้างงาน, นายจ้างไม่จัดที่พักตามมาตรา 22/2, หรือนายจ้างละเมิดเงื่อนไขการทำงานหรือ
ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม จนกระทรวงแรงงานประกาศว่าทำงานต่อที่นี่ไม่ได้ตามสภาพทั่วไปของสังคม —
กรณีนี้ไม่ถูกนับรวมในจำนวนครั้งที่จำกัด
- เหตุผลอื่นตามกฎหมายลำดับรอง (มาตรา 30 วรรค 1): ได้รับบาดเจ็บหรือเหตุอื่นที่ทำให้ทำงานต่อ
ที่สถานประกอบการเดิมไม่เหมาะสม แต่ยังสามารถทำงานที่อื่นได้
เหตุผลข้อ 2 เกณฑ์ละเอียดตามประกาศกระทรวงแรงงาน
เหตุผลข้อ 2 ("ไม่ใช่ความผิดของแรงงาน") มีเกณฑ์ละเอียดอยู่ในประกาศกระทรวงแรงงานเกาหลี เลขที่
2021-30 เรื่อง "เหตุผลการเปลี่ยนสถานประกอบการที่ไม่ใช่ความผิดของแรงงานต่างชาติ" (มีผลตั้งแต่
1 เมษายน 2021 และยังใช้อยู่ในปัจจุบัน) ดังนี้ค่ะ กำหนด "4 เดือน" ที่เป็นตัวหนาในรายการด้านล่าง
คือกำหนดที่ประกาศระบุว่าต้องยื่นขอเปลี่ยนสถานประกอบการ "ก่อนครบ 4 เดือน" ถ้าเข้าข่ายข้อไหน
อย่ารอช้า
ค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงาน (ข้อ 4 ของประกาศ)
- ค้างจ่ายหรือจ่ายค่าจ้างล่าช้า ในกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้ (ไม่นับกรณีที่นายจ้างคำนวณผิดพลาด
ธรรมดา) — ต้องยื่นขณะที่ยังค้างจ่ายหรือจ่ายล่าช้าอยู่ หรือยื่น ก่อนครบ 4 เดือนนับจากวันที่การ
ค้างจ่ายหรือการจ่ายล่าช้านั้นสิ้นสุด
- ค้างจ่ายหรือจ่ายช้า 30% ของค่าจ้างรายเดือนขึ้นไป นานเกิน 2 เดือน
- ค้างจ่ายหรือจ่ายช้า 30% ของค่าจ้างรายเดือนขึ้นไป เกิดขึ้นตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป
- ค้างจ่ายหรือจ่ายช้า 10% ของค่าจ้างรายเดือนขึ้นไป นานเกิน 4 เดือน
- ค้างจ่ายหรือจ่ายช้า 10% ของค่าจ้างรายเดือนขึ้นไป เกิดขึ้นตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไป
- จ่ายต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
- ลดค่าจ้างหรือชั่วโมงทำงานตั้งแต่ 20% ขึ้นไป: นายจ้างลดค่าจ้างหรือชั่วโมงทำงานลงตั้งแต่ 20%
ขึ้นไป (เทียบกับที่เสนอไว้ตอนจ้างหรือที่ใช้อยู่เป็นปกติ) โดยช่วงที่ถูกลดรวมกันไม่ต่ำกว่า 2 เดือน
ในรอบ 1 ปีก่อนวันยื่นคำขอ — ต้องยื่นขณะที่ยังถูกลดอยู่ หรือยื่น ก่อนครบ 4 เดือนนับจากวันที่
การลดนั้นสิ้นสุด
- เปลี่ยนช่วงเวลาทำงานฝ่ายเดียว: นายจ้างเลื่อนเวลาทำงานที่เสนอไว้ตอนจ้างหรือที่ใช้อยู่เป็นปกติ
ให้เร็วขึ้นหรือช้าลงตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไปโดยแรงงานไม่ยินยอม และเป็นเช่นนั้นต่อเนื่องตั้งแต่
1 เดือนขึ้นไปในช่วง 1 ปีก่อนวันยื่นคำขอ (ประกาศไม่ได้ระบุกำหนด "4 เดือน" ไว้สำหรับข้อนี้)
การหยุดกิจการ ปิดกิจการ ฯลฯ (ข้อ 2 ของประกาศ)
- ค่าจ้างลดลงเพราะนายจ้างหยุดกิจการหรือสั่งพักงาน: ได้รับค่าจ้างน้อยกว่า 70% ของค่าจ้างเฉลี่ย
รวมตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไปในช่วง 1 ปีก่อนวันยื่นคำขอ หรือน้อยกว่า 90% ของค่าจ้างเฉลี่ย รวมตั้งแต่
4 เดือนขึ้นไป — ต้องยื่นขณะที่ยังหยุดกิจการหรือพักงานอยู่ หรือยื่น ก่อนครบ 4 เดือนนับจากวันที่
การหยุดกิจการหรือพักงานสิ้นสุด
- กิจการสิ้นสุดลงโดยพฤตินัย: จดทะเบียนเลิกกิจการ, ยื่นล้มละลายหรือเริ่มกระบวนการชำระบัญชี,
เช็คเด้งจนธนาคารระงับการทำธุรกรรม และเห็นชัดว่ากิจการล้มละลาย, งานก่อสร้างหรือโครงการเสร็จสิ้น,
หรือกิจการหยุดชะงักและไม่มีแนวโน้มจะกลับมาเปิดอีก
- นายจ้างขอให้ลาออกด้วยเหตุผลด้านการบริหารกิจการ: โอน ขาย หรือควบรวมกิจการ, เลิกกิจการ
บางส่วนหรือเปลี่ยนประเภทธุรกิจ, ยุบหรือลดหน่วยงานตามการปรับโครงสร้างองค์กร, เปลี่ยนรูปแบบงาน
เพราะนำเทคโนโลยี (เครื่องจักร) ใหม่มาใช้, หรือเหตุผลด้านการบริหารอื่นที่คล้ายกัน
- นายจ้างไม่รับแรงงานที่ทำสัญญาแล้วและเดินทางเข้าประเทศมา หรือไม่จัดให้เข้าทำงาน ทั้งที่แรงงานไม่มี
ความผิด
- นายจ้างขอให้ลาออกเพราะจ่ายค่าจ้างลำบากในช่วงนอกฤดูทำการเกษตรหรือช่วงห้ามจับปลา หรือด้วย
เหตุอื่นที่ไม่ใช่ความผิดของแรงงาน
การเพิกถอนหรือจำกัดการจ้างงาน (ข้อ 3 ของประกาศ)
- ใบอนุญาตจ้างงานถูกเพิกถอน เพราะนายจ้างขอใบอนุญาตด้วยวิธีเท็จหรือไม่ชอบ, ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
เรื่องค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงานที่ตกลงไว้ก่อนเข้าประเทศ, หรือค้างจ่ายค่าจ้างและฝ่าฝืนกฎหมาย
แรงงานอื่น ๆ จนสัญญาจ้างดำเนินต่อไปไม่ได้
- นายจ้างให้ทำงานนอกสถานประกอบการที่ระบุในสัญญาจ้าง จนถูกจำกัดการจ้างงาน และแรงงานต้องการ
เปลี่ยนสถานประกอบการ
- นายจ้างยกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุจำเป็น ในช่วงตั้งแต่ทำสัญญาจนถึงก่อนจบการอบรมก่อนทำงาน จนถูก
จำกัดการจ้างงาน
- สำหรับสองกรณีข้างต้น ศูนย์จัดหางานต้องแจ้งแรงงานว่าสามารถเปลี่ยนสถานประกอบการได้
ความปลอดภัยในการทำงาน (ข้อ 4 (4) ของประกาศ) — เมื่อนายจ้างฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัยและ
อาชีวอนามัย จนเกิดข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
- เกิด อุบัติเหตุร้ายแรงในการทำงาน — ต้องยื่น ก่อนครบ 4 เดือนนับจากวันที่เกิดเหตุ
- เกิดการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ต้องรักษาตัวตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป — ต้องยื่น
ก่อนครบ 4 เดือนนับจากวันที่กลับเข้าทำงาน
- เกิดการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยที่ต้องหยุดงานไม่ถึง 3 เดือน แต่นายจ้างไม่ดำเนินมาตรการด้านความ
ปลอดภัยและสุขภาพตามกฎหมายภายใน 1 เดือนนับจากวันที่เกิดเหตุ
การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ฯลฯ (ข้อ 5 และข้อ 5/2 ของประกาศ)
- ถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศโดยนายจ้าง เพื่อนร่วมงาน คู่สมรสของนายจ้าง (รวมคู่ที่อยู่กิน
กันโดยไม่จดทะเบียน) หรือญาติสายตรง (บุพการีและผู้สืบสันดาน) ของนายจ้าง จนจำเป็นต้องเปลี่ยน
สถานประกอบการอย่างเร่งด่วน
- ถูกนายจ้างคุกคามทางเพศ ล่วงละเมิดทางเพศ ทำร้ายร่างกาย หรือด่าทอเป็นประจำ จนทำงานต่อที่นั่น
ไม่ได้ (รวมกรณีที่เพื่อนร่วมงาน คู่สมรสของนายจ้าง หรือญาติสายตรงของนายจ้างทำเช่นนี้ภายใน
ขอบเขตที่นายจ้างควบคุมดูแลได้)
- ถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่สมเหตุสมผลเพราะสัญชาติ ศาสนา เพศ หรือความพิการ จนทำงานต่อที่นั่นไม่ได้
- นายจ้างให้พักในโรงเรือนพลาสติก หรือในสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวที่ผิดกฎหมายอาคารหรือกฎหมายที่ดิน
เกษตร
- นายจ้างไม่ให้ทำงานตั้งแต่ 5 วันขึ้นไป โดยไม่จ่ายค่าจ้างหรือเงินระหว่างให้หยุดงาน
- นายจ้างไม่ทำประกันหรือประกันสังคมที่ต้องทำตามกฎหมาย หรือค้างชำระเบี้ยประกัน เป็นเวลาตั้งแต่
3 เดือนขึ้นไป และไม่แก้ไขภายในกำหนดที่ศูนย์จัดหางานให้แก้ไข โดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ที่พักไม่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย หรือนายจ้างไม่ให้ข้อมูลที่พักหรือให้ข้อมูลไม่ตรงความจริง และไม่แก้ไข
ภายในกำหนดที่ศูนย์จัดหางานให้แก้ไข โดยไม่มีเหตุอันสมควร
เมื่อสองฝ่ายพูดไม่ตรงกันหรือหลักฐานไม่พอ (ข้อ 6 ของประกาศ): ถ้าแรงงานกับนายจ้างให้ข้อมูล
ไม่ตรงกัน หรือหลักฐานไม่พอจนตัดสินยากว่าเข้าเกณฑ์ข้างต้นหรือไม่ รวมทั้งกรณีที่มีเหตุผลอื่นซึ่ง
"คล้ายกัน" กับเกณฑ์เหล่านี้จนทำงานต่อไม่ได้ คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิแรงงาน
ต่างชาติ สามารถรับรองให้เปลี่ยนสถานประกอบการได้
วิธีสมัคร/ขั้นตอน
- เตรียมเอกสาร: แบบฟอร์มคำขอเปลี่ยนสถานประกอบการ (แบบฟอร์มที่ 13 หรือ 13/2) ถ้าระบบ
ราชการอิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบหนังสือรับรองการลงทะเบียนคนต่างด้าวได้เลย ไม่ต้องยื่นสำเนา
หนังสือเดินทางเพิ่ม แต่ถ้าตรวจสอบไม่ได้หรือไม่ยินยอมให้ตรวจสอบ ต้องแนบสำเนาหนังสือเดินทางด้วย
- เอกสารยืนยันเหตุผล (ถ้าจำเป็น): ศูนย์จัดหางานอาจขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าเข้าเหตุผล
ข้อไหนใน 3 ข้อข้างต้น
- ยื่นคำขอ: ยื่นที่ศูนย์จัดหางานที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยทั่วไปจะนับตามที่ตั้งของสถานประกอบการที่
ทำงานอยู่ แต่ตัวบทกฎหมายระบุไว้เพียงว่า "หน่วยงานจัดหางานที่รับผิดชอบพื้นที่" จึงควรตรวจสอบก่อน
ไปว่าต้องไปที่ศูนย์ไหน
- ระยะเวลาดำเนินการ: ภายใน 15 วัน หลังรับเรื่อง หากมีเหตุจำเป็นอาจขยายเวลาได้อีกหนึ่งครั้ง
ไม่เกิน 15 วัน
- หาสถานประกอบการใหม่: ศูนย์จัดหางานจะช่วยแนะนำสถานประกอบการใหม่ ส่วนขั้นตอนที่นายจ้าง
รายใหม่จ้างแรงงานที่ขอเปลี่ยนสถานประกอบการมา ให้ทำตามขั้นตอนการขอจ้างแรงงานต่างชาติตามปกติ
(มาตรา 6, 8 และ 9 ตามที่มาตรา 25 วรรค 2 กำหนด)
- การจำกัดภูมิภาคและประเภทธุรกิจ — ข้อมูลยังไม่ครบ โปรดเช็กกับศูนย์จัดหางาน: ควรสอบถาม
ศูนย์จัดหางานในพื้นที่หรือโทร 1577-0071 ว่ามาตรการนี้ใช้กับตนเองหรือไม่ ส่วนเบื้องหลังคือ
รัฐบาลเกาหลีประกาศในเดือนกรกฎาคม 2023 หลังคณะกรรมการนโยบายแรงงานต่างชาติมีมติ ว่าจะอนุญาต
ให้เปลี่ยนสถานประกอบการได้เฉพาะภายในภูมิภาคและประเภทธุรกิจที่กำหนด (ตรวจสอบจากบทความบน
เว็บไซต์ข่าวนโยบายของรัฐบาลเกาหลี korea.kr ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2023) ตามรายงานข่าว มาตรการนี้
เริ่มใช้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2023 (ประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม) กับแรงงานที่เข้ามาใหม่และ
แรงงานที่กลับเข้ามาทำงานอีกครั้งตามมาตรการพิเศษ โดยเน้นแนะนำสถานประกอบการในภูมิภาค
เดียวกัน (เช่น กรุงโซลและปริมณฑล ภูมิภาคชุงช็อง ภูมิภาคช็อลลาและเชจู)
- เรื่องนี้เป็นแนวนโยบาย ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย และรายงานข่าวแต่ละแห่งบอกวันเริ่มใช้และกลุ่มเป้าหมาย
ไม่ตรงกันนัก จึงยืนยันวันเริ่มใช้ กลุ่มที่ถูกบังคับใช้ การแบ่งภูมิภาค และข้อยกเว้นจากเอกสาร
ต้นฉบับของรัฐบาลไม่ได้ ข่าวเดือนกรกฎาคม 2026 รายงานว่ามาตรการนี้ยังใช้อยู่ และแผนปรับปรุง
(เช่น ลดระยะเวลาทำงานบังคับ) กำลังหารือกันระหว่างหน่วยงาน จึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
- ทำสัญญาใหม่และขอใบอนุญาตเปลี่ยนที่ทำงาน: หลังเซ็นสัญญากับสถานประกอบการใหม่แล้ว ต้องได้รับ
ใบอนุญาตเปลี่ยนที่ทำงานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ล่วงหน้า ตามมาตรา 21 วรรค 1 ของ
กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง จึงจะเริ่มทำงานจริงได้ ถ้าเปลี่ยนที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกจำคุก
ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านวอน (มาตรา 95 (6) ของกฎหมายเดียวกัน) และอาจเข้าข่าย
ถูกเนรเทศ (มาตรา 46 วรรค 1 (9)) นายจ้างที่รับแรงงานที่ยังไม่ได้รับอนุญาตก็มีโทษเช่นกัน
(มาตรา 21 วรรค 2 และมาตรา 95 (6)) ดังนั้นอย่าเพิ่งไปทำงานที่ใหม่จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตนะคะ
ถ้าเลยกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น
ตามมาตรา 25 วรรค 3 หากไม่ได้รับใบอนุญาตเปลี่ยนที่ทำงาน (ตามมาตรา 21 ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง)
ภายใน 3 เดือน หลังยื่นคำขอ หรือไม่ยื่นคำขอเปลี่ยนสถานประกอบการภายใน 1 เดือน หลังสัญญา
จ้างกับนายจ้างสิ้นสุดลง จะต้องเดินทางออกนอกประเทศ
แต่ถ้ามีเหตุอุบัติเหตุจากการทำงาน เจ็บป่วย ตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตร จนไม่สามารถขอใบอนุญาตหรือยื่น
คำขอได้ จะเริ่มนับระยะเวลาใหม่ตั้งแต่วันที่เหตุนั้นหมดไป กรณีนี้ให้นำแบบฟอร์มคำขอขยายระยะเวลา
ยื่นเปลี่ยนสถานประกอบการ (แบบฟอร์มที่ 13/3) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง (ถ้าจำเป็น) และเอกสาร
ยืนยันเหตุผล ไปยื่นที่ศูนย์จัดหางานในพื้นที่
จำนวนครั้งที่เปลี่ยนได้มีจำกัด
การเปลี่ยนสถานประกอบการในช่วงระยะเวลาทำงานครั้งแรก (3 ปีนับจากวันเข้าประเทศ, มาตรา 18)
ทำได้ไม่เกิน 3 ครั้ง และในช่วงต่ออายุระยะเวลาทำงานแบบพิเศษ (ต่อได้ครั้งเดียว ไม่เกิน 2 ปี —
ในทางปฏิบัติมักอยู่ที่ประมาณ 1 ปี 10 เดือน, มาตรา 18/2) ทำได้ไม่เกิน 2 ครั้ง
แต่ การเปลี่ยนด้วยเหตุผลข้อ 2 ข้างต้น (ความผิดไม่ใช่ของแรงงาน) จะไม่ถูกนับรวมในจำนวนครั้งนี้
— หมายความว่าถ้าย้ายด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของแรงงาน เช่น นายจ้างปิดกิจการหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็น
ธรรม จะไม่ถูกหักจากโควตาการเปลี่ยนของตัวเองค่ะ
ถ้ามีคนขัดขวางการเปลี่ยนสถานประกอบการ
ตามมาตรา 29 (4) ผู้ที่ขัดขวางการเปลี่ยนสถานประกอบการของแรงงานต่างชาติตามมาตรา 25
อาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านวอน (กฎหมายไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นนายจ้าง
เท่านั้น) ถ้านายจ้างบอกว่า "ไม่ให้ย้าย" หรือไม่ให้เอกสารที่จำเป็น อย่าเพิ่งยอมแพ้ ให้ติดต่อช่องทาง
ด้านล่างเพื่อขอคำปรึกษา
เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม
ติดต่อสอบถาม
- ศูนย์ให้คำปรึกษาแรงงานต่างชาติ (องค์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งเกาหลี): ☎ 1577-0071
(รองรับภาษาไทยและอีก 17 ภาษา)
- ศูนย์ให้บริการข้อมูลชาวต่างชาติ: ☎ 1345
- ศูนย์จัดหางานในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
แหล่งข้อมูล
- กฎหมายการจ้างงานแรงงานต่างชาติ (กฎหมาย) มาตรา 18 (ข้อจำกัดระยะเวลาทำงาน), มาตรา 18/2
(ข้อยกเว้นข้อจำกัดระยะเวลาทำงาน), มาตรา 25 (การอนุญาตให้เปลี่ยนสถานประกอบการ รวมวรรค 2), และ
มาตรา 29 (4) (บทลงโทษ) — ตรวจสอบต้นฉบับโดยตรงผ่าน Open API ของศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติเกาหลี
(law.go.kr/DRF, MST=276857) (ตรวจสอบเมื่อ 18 ตุลาคม 2026 และตรวจซ้ำเมื่อ 21 ตุลาคม 2026)
- ประกาศกระทรวงแรงงานเกาหลี เลขที่ 2021-30 เรื่อง "เหตุผลการเปลี่ยนสถานประกอบการที่ไม่ใช่ความผิด
ของแรงงานต่างชาติ" (มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2021 และยังใช้อยู่) ข้อ 2 ถึงข้อ 6 — เป็นประกาศที่มาตรา 25
วรรค 1 (2) ให้อำนาจกำหนดไว้ ตรวจสอบต้นฉบับโดยตรงจากฐานข้อมูลกฎระเบียบของศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติ
เกาหลี (law.go.kr/DRF, ID=2100000199671) (ตรวจสอบเมื่อ 21 ตุลาคม 2026)
- กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง มาตรา 21 (การเปลี่ยนและเพิ่มสถานที่ทำงาน), มาตรา 46 วรรค 1 (9) (เหตุผล
การเนรเทศ), และมาตรา 95 (6) (บทลงโทษ) — ตรวจสอบต้นฉบับโดยตรงด้วยวิธีเดียวกัน (law.go.kr/DRF,
MST=290729, ตรวจสอบเมื่อ 21 ตุลาคม 2026)
- กฎหมายลำดับรองของกฎหมายการจ้างงานแรงงานต่างชาติ มาตรา 30 วรรค 1 (การเปลี่ยนสถานประกอบการ —
เหตุผลอื่นตามกฎหมายลำดับรอง) — ตรวจสอบด้วยวิธีเดียวกัน (law.go.kr/DRF, MST=244037,
ตรวจสอบเมื่อ 18 ตุลาคม 2026)
- กฎกระทรวงตามกฎหมายการจ้างงานแรงงานต่างชาติ มาตรา 16 (การเปลี่ยนสถานประกอบการ — แบบฟอร์ม
เอกสารแนบ กำหนดเวลาดำเนินการ 15 วัน) — ตรวจสอบด้วยวิธีเดียวกัน (law.go.kr/DRF, MST=271599,
ตรวจสอบเมื่อ 18 ตุลาคม 2026)
- เว็บไซต์ข่าวนโยบายของรัฐบาลเกาหลี (korea.kr) บทความ "การเปลี่ยนสถานประกอบการของแรงงานต่างชาติ
อนุญาตเฉพาะภายในภูมิภาคและประเภทธุรกิจที่กำหนด" ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2023 (สำนักงานประสานงาน
นโยบายรัฐบาลเป็นผู้แถลง, newsId=148917291) (ตรวจสอบเมื่อ 21 ตุลาคม 2026) — ใช้ยืนยันแนวนโยบาย
จำกัดภูมิภาคและประเภทธุรกิจในการเปลี่ยนสถานประกอบการ
ส่วนวันเริ่มใช้และการแบ่งภูมิภาคไม่ปรากฏในข่าวชิ้นนี้ จึงอ้างอิงรายงานข่าวอื่น (เริ่มใช้ช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ปี 2023 และแผนปรับปรุงที่อยู่ระหว่างหารือ ณ กรกฎาคม 2026) โดยมีข้อความเตือนไว้ในขั้นตอนข้อ 5
ข้อมูล ณ วันที่
21 ตุลาคม 2026
คำเตือน
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย เช่น เหตุผลที่ยอมรับได้ในการเปลี่ยน
สถานประกอบการ, การจำกัดภูมิภาค/ประเภทธุรกิจ, การขยายระยะเวลา และกรณีอื่น ๆ ล้วนขึ้นอยู่กับ
สถานการณ์ของแต่ละคน กรุณาสอบถามผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง (เช่น ศูนย์ให้คำปรึกษาแรงงานต่างชาติ โทร. 1577-0071
หรือศูนย์ให้บริการข้อมูลชาวต่างชาติ โทร. 1345)