Koh DurianKoh Durian
เคล็ดลับการใช้ชีวิต

ถ้าถูกจับข้อหาค้ายาเสพติด (ผลิต ซื้อขาย นำเข้า) ในเกาหลีใต้ จะถูกลงโทษอย่างไร

อัปเดตล่าสุด 8 ตุลาคม 2569

การค้ายาเสพติด (ซื้อขาย ผลิต ลักลอบนำเข้า) มีโทษหนักกว่าการเสพหรือครอบครองไว้เพื่อเสพเองมาก สรุปโทษตามประเภทยาเสพติด การพยายามกระทำ/เตรียมการก็ถูกลงโทษได้ ผลที่ตามมาสำหรับคนต่างชาติ (การเนรเทศ ห้ามกลับเข้าประเทศ) และสิทธิเมื่อถูกจับหรือสอบสวน (สิทธิไม่ให้การ ขอล่าม แจ้งสถานทูต)

ถ้าถูกจับข้อหาค้ายาเสพติด (ผลิต ซื้อขาย นำเข้า) ในเกาหลีใต้ จะถูกลงโทษอย่างไร

สรุปสั้นๆ ให้อ่านก่อน

  • การซื้อขายยาเสพติด การชักจูงหรือเป็นนายหน้าให้คนอื่นซื้อขาย การผลิต หรือการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ถือเป็น "การค้ายาเสพติด" ซึ่งกฎหมายเกาหลีลงโทษหนักกว่าการเสพหรือครอบครองไว้เพื่อเสพเองมาก
  • ยาเสพติดกลุ่มมายัก (เช่น เฮโรอีน โคเคน มอร์ฟีน) หรือวัตถุออกฤทธิ์กลุ่ม "ก" อย่าง LSD หากค้าขายจะมีโทษหลักคือจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี แต่ถ้าทำเพื่อแสวงหากำไรในเชิงพาณิชย์หรือเป็นความผิดซ้ำ อาจถูกตัดสินประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี ส่วนยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) ที่พบมากที่สุดในคดีจริงนั้น จัดอยู่ในกลุ่ม "ข" ซึ่งการซื้อขายเองมีโทษเบากว่า (จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100 ล้านวอน) แต่ถ้าผลิตหรือนำเข้า-ส่งออกจากต่างประเทศ โทษจะเพิ่มขึ้นเท่ากับกลุ่ม ก คือจำคุกตลอดชีวิตหรือไม่ต่ำกว่า 5 ปี
  • ไม่ใช่แค่โทษทางอาญาที่หนักเท่านั้น คนต่างชาติที่ถูกตัดสินจำคุกจริงส่วนใหญ่จะถูกเนรเทศ และอาจกลับเข้าเกาหลีได้ยากขึ้นในอนาคต

"การค้ายาเสพติด" กับ "การเสพ/ครอบครองไว้เพื่อเสพเอง" โทษไม่เท่ากัน

กฎหมายควบคุมยาเสพติดของเกาหลี แบ่งพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติดออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ

  • การเสพ/ครอบครองไว้เพื่อเสพเอง: เสพหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้เองเท่านั้น
  • การค้ายาเสพติด: คือการทำให้ยาเสพติดแพร่ไปถึงคนอื่น เช่น การซื้อขาย การชักจูงหรือเป็นนายหน้าให้คนอื่นซื้อขาย การผลิต การนำเข้า-ส่งออก (โดยเฉพาะลักลอบนำเข้า) หรือการให้ฟรีโดยไม่คิดเงิน

เพราะการค้ายาเสพติดสร้างความเสียหายต่อคนหมู่มากได้ กฎหมายจึงลงโทษหนักกว่าการเสพ/ครอบครองไว้เพื่อเสพเองมาก แม้จะคิดว่า "ขายแค่นิดเดียว" หรือ "แค่แบ่งให้เพื่อน" กฎหมายก็ถือว่าเป็นการซื้อขาย/ให้ และอาจถูกลงโทษในฐานะการค้ายาเสพติดได้เช่นกัน

โทษตามประเภทของยาเสพติด

กฎหมายแบ่งยาเสพติดตามระดับความเสี่ยง และกำหนดโทษของการค้ายาเสพติดไว้ต่างกันตามกลุ่ม

① ยาเสพติดกลุ่ม "มายัก" และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทกลุ่ม "ก" (เช่น เฮโรอีน โคเคน มอร์ฟีน และ LSD) การซื้อขาย เป็นนายหน้า ผลิต หรือนำเข้า-ส่งออก มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี (มาตรา 58 วรรค 1 ของกฎหมายควบคุมยาเสพติด)

② วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทกลุ่ม "ข" และ "ค" (จัดว่าอันตรายน้อยกว่ากลุ่ม ก — ยาบ้า/เมทแอมเฟตามีนอยู่ในกลุ่มนี้) การซื้อขาย เป็นนายหน้า ให้ หรือจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100 ล้านวอน (มาตรา 60 ของกฎหมายควบคุมยาเสพติด) ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) ซึ่งเป็นสารที่ถูกจับได้มากที่สุดในเกาหลี ไม่ได้จัดอยู่กลุ่ม "ก" แต่จัดอยู่กลุ่ม "ข" นี้ ดังนั้นการซื้อขาย/เป็นนายหน้าเองจึงใช้โทษตามมาตรา 60 แต่ถ้าเป็นการผลิตหรือนำเข้า-ส่งออกวัตถุออกฤทธิ์กลุ่ม "ข" จากต่างประเทศ (หรือครอบครองไว้เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว) จะเข้าข่ายมาตรา 58 เช่นเดียวกับกลุ่ม ก โทษจึงหนักขึ้นเป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือไม่ต่ำกว่า 5 ปี พูดง่ายๆ คือ ความหนักของโทษสำหรับยาบ้าขึ้นอยู่กับว่าเป็นการซื้อขายเฉยๆ หรือถึงขั้นผลิต/ลักลอบนำเข้า ส่วนสารชนิดใดจัดอยู่กลุ่มไหน และการกระทำนั้นเข้าข่ายมาตรา 58 หรือ 60 แน่ชัดหรือไม่ ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งเพื่อความชัดเจน

③ กัญชา การซื้อขาย เป็นนายหน้า ฯลฯ มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 1 ปี (มาตรา 59 ของกฎหมายควบคุมยาเสพติด) แต่ถ้าเป็นการลักลอบนำเข้าหรือส่งออกกัญชาจากต่างประเทศ จะเข้าข่ายมาตรา 58 เช่นเดียวกับกลุ่มมายัก/กลุ่ม ก โทษจึงหนักกว่าการซื้อขายในประเทศมาก คืออาจถึงจำคุกตลอดชีวิตหรือไม่ต่ำกว่า 5 ปี

⚠️ โทษข้างต้นเป็นตัวอย่างหลักเท่านั้น มาตราและโทษที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณ และลักษณะการกระทำ (ซื้อขาย เป็นนายหน้า ผลิต ฯลฯ) ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคดี ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบกรณีของตัวเองให้แน่ชัด

ถ้าทำเพื่อการค้า เป็นความผิดซ้ำ หรือมีปริมาณมาก โทษจะหนักขึ้นอีก

  • ทำเพื่อการค้า/ความผิดซ้ำ: ถ้าค้ายาเสพติดกลุ่มมายักหรือวัตถุออกฤทธิ์กลุ่ม ก เพื่อหวังผลกำไร หรือทำเป็นความผิดซ้ำ อาจถูกตัดสินประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี (มาตรา 58 วรรค 2)
  • ลักลอบนำเข้าหรือผลิตในปริมาณมาก: ตามกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มโทษความผิดบางประเภทเป็นพิเศษ มาตรา 11 ยิ่งมูลค่ายาเสพติดที่นำเข้า-ส่งออกหรือผลิตสูงเท่าไหร่ โทษจะยิ่งหนักขึ้นเป็นขั้นบันได คือถ้ามูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านวอนขึ้นไป โทษคือจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกไม่ต่ำกว่า 7 ปี และถ้ามูลค่าตั้งแต่ 50 ล้านวอนขึ้นไป โทษจะเพิ่มเป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี คดีลักลอบนำเข้ายาบ้าระดับ "กี่กิโลกรัม" ที่เห็นในข่าวส่วนใหญ่เข้าเกณฑ์นี้
  • ยึดทรัพย์และเรียกเงินคืน: เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดจะถูกยึด หรือถ้ายึดไม่ได้ก็จะถูกเรียกให้ชดใช้เป็นเงินเท่ากับมูลค่านั้น

แค่ "พยายามทำ" หรือ "วางแผนไว้" ก็ถูกลงโทษได้

  • ความผิดขั้นพยายามกระทำ: แม้การซื้อขายหรือลักลอบนำเข้าจะยังไม่สำเร็จ (เช่น ถูกจับได้ก่อนส่งมอบจริง) ก็ยังถูกลงโทษในฐานะพยายามกระทำความผิดได้
  • การตระเตรียมการหรือสมคบคิด: แม้ยังไม่ได้ลงมือทำจริง เพียงแค่เตรียมการหรือวางแผนร่วมกับคนอื่นเพื่อจะค้ายาเสพติด ก็อาจถูกจำคุกได้สูงสุด 10 ปี

การคิดว่า "ยังไม่ได้ซื้อขายกันจริงๆ เลยไม่น่าจะมีปัญหา" เป็นความเข้าใจที่เสี่ยงมาก

สิ่งที่ตามมานอกจากโทษทางอาญา — สำคัญมากสำหรับคนต่างชาติ

นอกจากโทษทางอาญาแล้ว คนต่างชาติอาจต้องเจอกับผลที่ตามมาดังนี้

  • การเนรเทศ: ตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลี มาตรา 46 ถ้าถูกตัดสินจำคุกหรือกักขัง (รวมถึงกรณีรอลงอาญา) จากความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้รับการปล่อยตัวแล้ว อาจถูกสั่งเนรเทศออกนอกประเทศได้ ผู้ที่มีสถานะผู้พำนักถาวร (F-5) โดยหลักแล้วจะไม่ถูกเนรเทศ แต่ถ้าถูกตัดสินจำคุกหรือกักขังตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปในความผิดร้ายแรงที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นข้อยกเว้น (ซึ่งรวมถึงความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด) และได้รับการปล่อยตัวแล้ว ก็อาจถูกเนรเทศได้เช่นกัน
  • ห้ามกลับเข้าประเทศ: หลังถูกเนรเทศ อาจถูกห้ามกลับเข้าเกาหลีเป็นระยะเวลาหนึ่ง บางกรณีสั้นเพียงไม่กี่ปี แต่บางกรณีที่ร้ายแรงอาจถูกห้ามตลอดไป
  • แม้แค่โทษปรับก็วางใจไม่ได้: แม้ไม่ถูกจำคุกจริง แต่ถูกเพียงแค่โทษปรับ ก็อาจส่งผลเสียตอนขอต่อหรือเปลี่ยนประเภทวีซ่า หรือขอวีซ่าใหม่ในอนาคต จนอาจไม่ได้รับอนุญาตให้พำนักต่อหรือถูกขอให้เดินทางออกนอกประเทศ เกณฑ์ที่แน่นอนแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ควรตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ถ้าถูกจับหรือถูกสอบสวน — สิทธิที่ต้องไม่ลืม

ทุกคนทั้งคนเกาหลีและคนต่างชาติมีสิทธิดังต่อไปนี้เวลาถูกสอบสวน การรู้สิทธิเหล่านี้ไว้จะช่วยไม่ให้ถูกเอาเปรียบ

  1. สิทธิที่จะไม่ให้การ: มีสิทธิปฏิเสธที่จะให้การใดๆ ที่จะเป็นผลเสียต่อตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพูดในสิ่งที่ไม่อยากพูด
  2. สิทธิที่จะมีทนายความ: มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากทนายความ ถ้าไม่มีกำลังจ่าย สามารถขอให้ศาลแต่งตั้งทนายความให้ฟรีได้
  3. สิทธิที่จะขอล่าม: ถ้าไม่เข้าใจภาษาเกาหลีดีพอ มีสิทธิขอล่ามได้ ถ้าเซ็นเอกสารคำให้การโดยไม่มีล่ามหรือไม่เข้าใจเนื้อหา อาจเป็นปัญหาในภายหลังได้ ถ้าไม่เข้าใจ อย่าเซ็น
  4. สิทธิแจ้งและติดต่อสถานทูต: ตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุลที่เกาหลีเป็นภาคี มีสิทธิขอให้แจ้งการถูกจับหรือกักขังไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย และมีสิทธิติดต่อหรือพบกับกงสุลไทยได้อย่างอิสระ ถ้าไม่ได้รับการแจ้งสิทธินี้ ให้จำไว้ด้วย เพราะสามารถบอกทนายความในภายหลังได้ และอาจเป็นประโยชน์ต่อคดี
  5. สิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายฟรี: ถ้ามีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถขอความช่วยเหลือทางกฎหมายคดีอาญาแบบไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านองค์การช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งเกาหลีได้

เช็กลิสต์สิ่งที่ควรตรวจสอบ

  • มีทนายความหรือยัง (ถ้ายังไม่มี ขอให้ศาลแต่งตั้งให้ หรือติดต่อองค์การช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งเกาหลี)
  • มีล่ามให้หรือยัง (ถ้าไม่มี ให้ยืนยันสิทธิที่จะขอล่าม)
  • สถานทูตไทยได้รับแจ้งเรื่องการถูกจับหรือกักขังหรือยัง (ถ้าต้องการ สามารถขอให้แจ้งได้เอง)
  • เข้าใจเนื้อหาคำให้การอย่างถูกต้องแล้วก่อนเซ็นชื่อหรือยัง

ติดต่อสอบถาม

  • องค์การช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งเกาหลี: โทร. 132 (ไม่ต้องกดรหัสพื้นที่ ให้คำปรึกษากฎหมายฟรีและช่วยเหลือคดีอาญา วันจันทร์-ศุกร์ 09:00-17:50)
  • ศูนย์ให้คำปรึกษาชาวต่างชาติแบบครบวงจร (외국인종합안내센터): โทร. 1345 (มีบริการภาษาไทยและหลายภาษา)
  • ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล: โทร. 02-795-3253 / 02-795-1593 / 02-795-1594 / 02-795-0981 สายด่วนฉุกเฉิน +82 10-6747-0095 / +82 10-3099-2955 LINE ID: rtethai
  • สถานีตำรวจหรือสำนักงานอัยการที่ดูแลคดี: ควรติดต่อโดยตรงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีของตน

ข้อมูล ณ วันที่

28 กันยายน 2569 (เขียนบทความ), ตรวจสอบเพิ่มเติม 8 ตุลาคม 2569 (แก้ไขการจัดกลุ่มยาบ้าให้ถูกต้อง)

คำเตือน

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย มาตราและโทษที่ใช้จริง รวมถึงการเนรเทศหรือการห้ามกลับเข้าประเทศ ขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณ ลักษณะการกระทำ และสถานการณ์ส่วนบุคคลของแต่ละคนซึ่งแตกต่างกันไปมาก กรุณาปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญ หรือติดต่อองค์การช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งเกาหลี (132) และศูนย์ให้คำปรึกษาชาวต่างชาติ (1345) เพื่อตรวจสอบโดยตรงอีกครั้ง