Koh DurianKoh Durian
เคล็ดลับการใช้ชีวิต

คู่มือขอใบขับขี่เกาหลีสำหรับชาวต่างชาติ: แลกใบขับขี่ไทยหรือสอบใหม่ทั้งหมด

อัปเดตล่าสุด 8 สิงหาคม 2569

สรุปวิธีแลกใบขับขี่ไทยเป็นใบขับขี่เกาหลี และวิธีสอบใบขับขี่เกาหลีใหม่ตั้งแต่ต้น โดยแยกให้ชัดว่าส่วนไหนยืนยันได้จากแหล่งทางการ ส่วนไหนยังไม่สามารถยืนยันได้

คู่มือขอใบขับขี่เกาหลีสำหรับชาวต่างชาติ: แลกใบขับขี่ไทยหรือสอบใหม่ทั้งหมด

เข้าข่ายกรณีไหนบ้าง

สำหรับคนไทยที่อยากขับรถในเกาหลี มีทางเลือกหลักๆ อยู่ 3 แบบค่ะ

  1. ขับรถชั่วคราวด้วยใบขับขี่สากล (International Driving Permit) — ประเทศไทยเป็นภาคีของอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการจราจรทางถนน ดังนั้นสามารถใช้ใบขับขี่สากลที่ออกจากประเทศไทยขับรถในเกาหลีได้ชั่วคราว เป็นเวลา 1 ปีนับจากวันที่เข้าประเทศเกาหลี แต่ข้อควรระวังคือ นี่เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น เมื่อครบ 1 ปีนับจากวันเข้าประเทศแล้ว ต่อให้ใบขับขี่สากลยังไม่หมดอายุ (ปกติมีอายุ 1 ปีนับจากวันออกใบ) ก็จะใช้ขับรถในเกาหลีไม่ได้อีก ถ้าตั้งใจจะอยู่เกาหลีระยะยาว ต้องดำเนินการตามข้อ 2 หรือ 3 ด้านล่าง
  2. แลกใบขับขี่ไทยเป็นใบขับขี่เกาหลี — สำหรับคนที่มีใบขับขี่ไทยแบบเต็มรูปแบบอยู่แล้ว และอยากใช้สิทธินั้นขับรถในเกาหลีต่อไป
  3. สอบใบขับขี่เกาหลีใหม่ตั้งแต่ต้น — สำหรับคนที่ไม่มีใบขับขี่ไทย หรือกรณีที่ยื่นเรื่องแลกใบขับขี่ไม่สะดวก

ข้อสำคัญที่ต้องบอกตรงๆ: จากการค้นคว้าครั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนจากแหล่งข้อมูลทางการ ว่าประเทศไทยอยู่ในรายชื่อ "ประเทศที่ได้รับการยกเว้นสอบข้อเขียน" เมื่อแลกใบขับขี่หรือไม่ เพราะแหล่งข้อมูลต่างๆ ให้คำอธิบายที่ไม่ตรงกัน บทความนี้จึงขอไม่ฟันธงในประเด็นนี้ กรุณาตรวจสอบโดยตรงกับหน่วยงานตามหัวข้อ "ช่องทางติดต่อสอบถาม" ด้านล่างก่อนไปติดต่อจริง

ของที่ต้องเตรียม / สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อน (เช็คลิสต์)

เอกสารพื้นฐานที่ต้องมีทุกกรณี

  • หนังสือเดินทางตัวจริง
  • บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (Alien Registration Card) ตัวจริง — บังคับทำถ้าพำนักในเกาหลีเกิน 90 วัน
  • รูปถ่ายสี ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 3 ใบ (ขนาด 3.5 ซม. × 4.5 ซม.)

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับการแลกใบขับขี่ไทยเป็นใบขับขี่เกาหลี

  • ใบขับขี่ไทยตัวจริง (ต้องเป็นใบขับขี่แบบเต็มรูปแบบที่ยังไม่หมดอายุ — ใบขับขี่ชั่วคราว ใบอนุญาตฝึกขับ หรือใบอนุญาตเฉพาะกิจ ไม่สามารถนำมาแลกได้)
  • หนังสือรับรองจากสถานทูต หรือ เอกสารรับรองอาโปสตีย์ (Apostille) สำหรับใบขับขี่ (ใช้ตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของใบขับขี่)
  • หนังสือรับรองการเข้า-ออกประเทศ — ต้องพิสูจน์ได้จากตราประทับในหนังสือเดินทางว่า ได้รับใบขับขี่ในช่วงที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 90 วัน (ถ้ารีบไปสอบใบขับขี่ระหว่างเดินทางระยะสั้น อาจไม่ได้รับการยอมรับ)
  • ผลตรวจร่างกาย (ตรวจสมรรถภาพ) หากทางหน่วยงานร้องขอ

สิ่งที่บทความนี้ยังฟันธงไม่ได้ — กรุณาสอบถามโดยตรงกับศูนย์สอบใบขับขี่

  • ใบขับขี่ไทยเข้าข่าย "ประเทศที่ได้รับการยกเว้นสอบข้อเขียน" หรือไม่
  • ถ้าต้องสอบข้อเขียน ใช้เวลาดำเนินการนานเท่าไหร่กันแน่

ขั้นตอนดำเนินการ

ก. แลกใบขับขี่ไทยเป็นใบขับขี่เกาหลี

  1. เตรียมเอกสาร: เตรียมเอกสารทั้งหมดตามเช็คลิสต์ด้านบน หนังสือรับรองจากสถานทูตหรืออาโปสตีย์อาจใช้เวลาออกเอกสารนาน ควรเผื่อเวลาไว้ล่วงหน้า
  2. ไปที่ศูนย์สอบใบขับขี่: ยื่นเรื่องได้ที่ศูนย์สอบใบขับขี่ของ KoROAD (한국도로교통공단) ทั่วประเทศ ควรไปถึงก่อนเวลาปิดรับเรื่อง (ปกติประมาณ 17:00 น.)
  3. ตรวจสอบเอกสาร: เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของใบขับขี่และคุณสมบัติการพำนักจากเอกสารที่ยื่น
  4. ตรวจสมรรถภาพร่างกาย: ตรวจสายตาและสมรรถภาพพื้นฐาน
  5. สอบข้อเขียน (ถ้าจำเป็น): หากพบว่าไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับการยกเว้น อาจต้องสอบข้อเขียนแบบปรนัย 40 ข้อ (จากข้อมูลที่พบ ขั้นตอนแลกใบขับขี่ไม่มีการสอบปฏิบัติในสนามหรือสอบขับจริงบนถนน)
  6. ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบขับขี่: ค่าธรรมเนียมที่พบคือ ใบขับขี่แบบทั่วไปประมาณ 10,000 วอน ใบขับขี่แบบ Mobile IC ประมาณ 15,000 วอน และค่าตรวจร่างกายประมาณ 7,000-8,000 วอน (แตกต่างกันไปตามโรงพยาบาล) ควรตรวจสอบราคาที่แน่นอนอีกครั้งก่อนไป

ข. สอบใบขับขี่เกาหลีใหม่ตั้งแต่ต้น (กรณีทั่วไป ประเภท 2 ธรรมดา/ประเภท 1 ธรรมดา)

  1. ตรวจสมรรถภาพร่างกาย: ตรวจที่โรงพยาบาลที่กำหนดหรือจุดตรวจในศูนย์สอบใบขับขี่
  2. เข้าอบรมความปลอดภัยทางถนน: อบรมแบบสื่อภาพและเสียง สามารถจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ safedriving.or.kr
  3. สอบข้อเขียน: ข้อสอบปรนัย 40 ข้อ ประเภท 1 ธรรมดาต้องได้คะแนน 70 ขึ้นไป ประเภท 2 ธรรมดาต้องได้ 60 ขึ้นไปจึงจะผ่าน ภาษาที่ใช้สอบได้ในปัจจุบันมีแค่ 4 ภาษาคือ ภาษาเกาหลี อังกฤษ จีน และเวียดนาม ส่วนภาษาไทยไม่รองรับแล้ว (ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2018 มีการยกเลิกภาษาต่างประเทศ 7 ภาษารวมถึงภาษาไทย เหลือไว้แค่ 3 ภาษาต่างประเทศ) หากต้องการพาล่ามภาษาไทยไปด้วย กรุณาสอบถามศูนย์สอบล่วงหน้า เพราะกฎอาจแตกต่างกันไปในแต่ละศูนย์
  4. สอบปฏิบัติในสนามฝึก: หลังสอบข้อเขียนผ่านจะได้ใบขับขี่ฝึกหัด แล้วไปสอบทักษะการขับในสนามที่กำหนด ต้องได้คะแนน 80 ขึ้นไปจึงผ่าน
  5. สอบขับจริงบนถนน: หลังผ่านสอบในสนามแล้ว จะได้สอบขับจริงบนถนนสาธารณะ ต้องได้คะแนน 70 ขึ้นไปจึงผ่าน
  6. รับใบขับขี่: เมื่อผ่านทุกขั้นตอนแล้ว จะได้รับใบขับขี่ตัวจริง

ข้อควรระวัง

  • บทความนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม "ประเทศที่ได้รับการยกเว้น" หรือไม่ แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือให้คำตอบไม่ตรงกัน เนื่องจากเรื่องนี้ส่งผลต่อเอกสารที่ต้องเตรียมและระยะเวลาดำเนินการอย่างมาก จึงขอแนะนำให้โทรสอบถามศูนย์สอบใบขับขี่ที่จะไปติดต่อ หรือคอลเซ็นเตอร์ของ KoROAD (ดูช่องทางติดต่อด้านล่าง) ก่อนเดินทางไปจริงทุกครั้ง
  • การสอบข้อเขียนไม่รองรับภาษาไทย เป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ชัดเจน ควรเตรียมตัวสอบด้วยภาษาเกาหลี อังกฤษ จีน หรือเวียดนาม หรือสอบถามล่วงหน้าว่าพาล่ามไปด้วยได้หรือไม่
  • ใบขับขี่สากล (IDP) มีผลใช้งานในเกาหลีแค่ 1 ปีนับจากวันเข้าประเทศเท่านั้น อย่าคิดว่า "ใบขับขี่ยังไม่หมดอายุ เลยน่าจะขับได้อยู่" เพราะกฎของเกาหลีนับจากวันเข้าประเทศ ไม่ใช่วันหมดอายุของใบขับขี่
  • ใบขับขี่ไทยที่จะนำมาแลกต้องเป็น ใบขับขี่แบบเต็มรูปแบบที่ได้รับระหว่างพำนักอยู่ในไทยเกิน 90 วัน เท่านั้น ถ้าไปสอบใบขับขี่แบบเร่งด่วนระหว่างพำนักระยะสั้น อาจไม่เข้าเงื่อนไข
  • ใบขับขี่ชั่วคราว ใบอนุญาตฝึกขับ หรือใบอนุญาตขับรถเฉพาะกิจ ไม่สามารถนำมาแลกได้ตั้งแต่ต้น
  • ค่าธรรมเนียม รายการเอกสาร และระยะเวลาดำเนินการที่ระบุในบทความนี้ อาจแตกต่างกันไปตามศูนย์สอบแต่ละพื้นที่ และสถานะการพำนัก/ประเทศที่ออกใบขับขี่ของแต่ละคน

ช่องทางติดต่อสอบถาม

  • คอลเซ็นเตอร์ KoROAD (한국도로교통공단): 1577-1120
  • เว็บไซต์ระบบบริการประชาชนด้านการขับขี่ปลอดภัย (안전운전 통합민원): https://www.safedriving.or.kr (ใช้ยื่นเรื่องแลกใบขับขี่ สอบใบขับขี่ใหม่ และจองคิวสอบข้อเขียน)
  • สอบถามเรื่องสถานะการพำนัก/บัตรประจำตัวคนต่างด้าว: เว็บไซต์ HiKorea www.hikorea.go.kr และศูนย์ให้บริการข้อมูลชาวต่างชาติแบบครบวงจร โทร. 1345
  • สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย (สำหรับสอบถามเรื่องอาโปสตีย์/หนังสือรับรองจากในไทย): https://overseas.mofa.go.kr/th-ko

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

วันที่ตรวจสอบข้อมูล: 8 สิงหาคม 2569 (2026)

ประเทศไทยเข้าข่ายประเทศที่ได้รับการยกเว้นสอบข้อเขียนหรือไม่ บทความนี้ยังยืนยันไม่ได้ กรุณาสอบถามศูนย์สอบใบขับขี่โดยตรงก่อนเดินทางไปติดต่อ