Koh DurianKoh Durian
วีซ่า/การพำนัก

คู่มือแจ้งเปลี่ยนที่พำนักเมื่อย้ายบ้านในเกาหลี — กำหนดเวลา วิธีแจ้ง และเอกสารที่ต้องใช้

อัปเดตล่าสุด 14 ตุลาคม 2569

สรุปขั้นตอนแจ้งเปลี่ยนที่พำนักสำหรับคนต่างชาติที่ลงทะเบียนคนต่างด้าวแล้วและย้ายบ้านในเกาหลี ต้องแจ้ง ภายใน 15 วันหลังย้ายเข้า แจ้งได้ที่ไหนบ้าง ใช้เอกสารอะไร และผลที่ตามมาหากแจ้งช้า

คู่มือแจ้งเปลี่ยนที่พำนักเมื่อย้ายบ้านในเกาหลี — กำหนดเวลา วิธีแจ้ง และเอกสารที่ต้องใช้

สรุปสั้นๆ ให้อ่านก่อน

  • คนต่างชาติที่ลงทะเบียนคนต่างด้าวแล้วและย้ายที่อยู่ ต้องแจ้งเปลี่ยนที่พำนัก ภายใน 15 วันนับจาก วันที่ย้ายเข้า — เทียบเท่ากับการแจ้งย้ายที่อยู่ของคนเกาหลี
  • สามารถเลือกแจ้งได้ 3 ช่องทาง: หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นของที่พำนักใหม่ สำนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่พำนักใหม่ หรือแจ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ HiKorea
  • ถ้าแจ้งช้ากว่ากำหนด จะไม่ใช่ "ค่าปรับทางปกครอง" แต่เป็นความผิดทางอาญา อาจถูกปรับไม่เกิน 1,000,000 วอน อย่างไรก็ตาม การแจ้งเปลี่ยนที่พำนักช้าเพียงอย่างเดียว (ต่างจากกรณีไม่ลงทะเบียนคน ต่างด้าวเลย) ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเหตุผลที่กฎหมายระบุไว้สำหรับการเนรเทศโดยตรง แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรรีบ แจ้งโดยเร็วที่สุดหากพลาดกำหนดไปแล้วนะคะ

ใครต้องแจ้ง และต้องแจ้งภายในกี่วัน

ตามมาตรา 36 วรรค 1 ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง คนต่างชาติที่ลงทะเบียนคนต่างด้าวแล้วและย้ายที่พำนัก ต้องแจ้งเปลี่ยนที่พำนักต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ที่พำนักใหม่ ภายใน 15 วันนับจากวันที่ย้ายเข้า

การ "เปลี่ยนที่พำนัก" ในที่นี้ครอบคลุมทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นบ้านเช่าหรือบ้านของตัวเอง หรือย้ายไปอยู่ หอพัก (โคชีวอน) หอพักบริษัท หรือบ้านเพื่อน/ญาติ เพียงแต่เอกสารยืนยันที่ต้องใช้อาจแตกต่างกันไปตาม สถานการณ์ ดูรายละเอียดได้ในเช็กลิสต์ด้านล่าง

บทความนี้พูดถึงเฉพาะกรณีที่อยู่เปลี่ยน (มาตรา 36) เท่านั้น ถ้าข้อมูลการลงทะเบียนคนต่างด้าวเอง เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือสัญชาติเปลี่ยน ต้องแจ้ง "การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการ ลงทะเบียนคนต่างด้าว" แยกต่างหาก (มาตรา 35 ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ก็ภายใน 15 วันเช่นกัน) ถ้าไม่ แจ้งกรณีนี้จะถูกปรับทางปกครองไม่เกิน 1,000,000 วอน (มาตรา 100 วรรค 2 (1)) — เป็นค่าปรับทางปกครอง ไม่ใช่ความผิดทางอาญาแบบการแจ้งเปลี่ยนที่พำนัก จึงอย่าสับสนระหว่างสองเรื่องนี้นะคะ

หากยังไม่เคยลงทะเบียนคนต่างด้าว (เช่น เพิ่งเข้าประเทศมาไม่ถึง 90 วัน) ไม่ต้องทำตามขั้นตอนใน บทความนี้ ให้ดูบทความ "วิธีลงทะเบียนคนต่างด้าวครั้งแรก" แทน — เพราะตอนลงทะเบียนครั้งแรกสามารถลง ที่อยู่ใหม่ได้เลย ไม่ต้องแจ้งเปลี่ยนที่พำนักแยกต่างหากอีกค่ะ

แจ้งได้ที่ไหนบ้าง — เลือกได้ 3 ช่องทาง

ตามมาตรา 45 วรรค 1 ของกฎหมายลำดับรองของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง (กฎที่ออกมาเพื่อกำหนดรายละเอียด ของกฎหมายหลัก) สามารถแจ้งได้ที่ 3 แห่งต่อไปนี้ค่ะ

  1. หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นของที่พำนักใหม่ (สำนักงานเขต เทศบาล หรือศูนย์บริการประชาชนประจำ พื้นที่)
  2. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบพื้นที่ที่พำนักใหม่
  3. แจ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ HiKorea (www.hikorea.go.kr) — กฎหมายอนุญาตให้แจ้งผ่านระบบ สารสนเทศที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดได้ (ชื่อเมนูและหน้าจอที่ใช้งานจริงอาจเปลี่ยนไปตามการปรับปรุง เว็บไซต์ HiKorea ขั้นตอนด้านล่างในหัวข้อ "วิธีแจ้ง/ขั้นตอน" ที่อธิบายส่วนออนไลน์จึงเป็นข้อมูล อ้างอิง ณ เวลาที่เขียนบทความนี้เท่านั้น)

แบบฟอร์มที่ใช้ยื่นจะต่างกันเล็กน้อยตามสถานที่ที่ไปยื่น (แบบสำหรับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง / แบบสำหรับ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น) แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกเลขแบบฟอร์มเอง เจ้าหน้าที่หรือระบบจะแนะนำแบบที่ ถูกต้องให้เองนะคะ

ถ้าแจ้งช้าจะเกิดอะไรขึ้น

ตามมาตรา 98 (2) ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่แจ้งเปลี่ยนที่พำนัก (มาตรา 36 วรรค 1) อาจถูกปรับไม่เกิน 1,000,000 วอน — ข้อควรรู้คือนี่ไม่ใช่ "ค่าปรับทางปกครอง" แต่เป็น ความผิดทางอาญา อย่างไรก็ตาม ตามมาตรา 102 (1) ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง หัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอาจออก "คำสั่งแจ้งเตือนให้ชำระค่าปรับ" แทนการถูกดำเนินคดีอาญาโดยตรงก็ได้ (บทความนี้ไม่สามารถยืนยันจำนวน ค่าปรับที่แน่นอนได้ จึงไม่ระบุตัวเลข)

ส่วนกรณีไม่ลงทะเบียนคนต่างด้าวเลย (ฝ่าฝืนมาตรา 31) จะเข้าข่ายเหตุผลการเนรเทศตามมาตรา 46 วรรค 1 อนุ 12 แต่จากการตรวจสอบเหตุผลการเนรเทศทั้งหมดที่กฎหมายกำหนดไว้ตั้งแต่อนุ 1 ถึงอนุ 15 แล้ว พบว่า การแจ้งเปลี่ยนที่พำนักช้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้อยู่ในรายชื่อนี้ อย่างไรก็ตาม บทความนี้ยังไม่สามารถยืนยัน ผลกระทบในทางปฏิบัติอื่นๆ ได้ทั้งหมด (เช่น หากข้อมูลที่พำนักไม่อัปเดตตามจริง จะทำให้การขอต่อวีซ่าหรือ ติดต่อราชการเรื่องอื่นยุ่งยากขึ้นหรือไม่) ดังนั้นถ้าพลาดกำหนดไปแล้ว ก็ควรรีบแจ้งโดยเร็วที่สุดเพื่อความ ปลอดภัยนะคะ

วิธีแจ้ง/ขั้นตอน

  1. เตรียมเอกสาร: บัตรประจำตัวคนต่างด้าว หนังสือเดินทาง และเอกสารยืนยันที่พำนักใหม่ (ดูเช็กลิสต์ ด้านล่าง)
  2. เลือกช่องทางแจ้ง: หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นของที่พำนักใหม่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ เว็บไซต์ HiKorea
    • แจ้งออนไลน์ (HiKorea): ล็อกอินแล้วเลือกเมนูแจ้งเปลี่ยนที่พำนักในระบบยื่นคำร้องออนไลน์ แนบไฟล์สแกนเอกสารยืนยัน แล้วส่งคำร้อง (ชื่อเมนูและหน้าจอจริงอาจเปลี่ยนไปตามการปรับปรุงเว็บไซต์ ขั้นตอนนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น)
    • ไปยื่นด้วยตนเอง: กรอกแบบฟอร์มแจ้งเปลี่ยนที่พำนักที่หน่วยงานนั้นๆ จัดเตรียมไว้ แล้วยื่นพร้อม เอกสารและบัตรประจำตัวคนต่างด้าว
  3. รับเรื่องและบันทึกลงในบัตร (กรณีไปยื่นด้วยตนเอง): เจ้าหน้าที่จะบันทึกที่พำนักใหม่ลงในบัตร ประจำตัวคนต่างด้าว ประทับตรายืนยันการแจ้ง แล้วคืนบัตรให้ สำหรับผู้ที่มีบัตรประจำตัวคนต่างด้าวแบบ ดิจิทัล หากแจ้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา 36 วรรค 8 ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง สามารถใช้ การบันทึกที่พำนักใหม่ลงในบัตรดิจิทัลแทนขั้นตอนนี้ได้
  4. เสร็จสิ้น: หน่วยงานที่รับเรื่องจะแจ้งต่อไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เกี่ยวข้องและหน่วยงาน ปกครองทั้งที่พำนักเดิมและที่พำนักใหม่โดยอัตโนมัติ ผู้แจ้งไม่ต้องไปแจ้งหลายที่เอง

เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (ตัวจริง — เจ้าหน้าที่จะบันทึกที่พำนักใหม่แล้วคืนให้)
  • หนังสือเดินทาง
  • แบบฟอร์มแจ้งเปลี่ยนที่พำนัก (ขอรับได้ที่หน่วยงานที่ไปยื่น หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ HiKorea)
  • เอกสารยืนยันที่พำนักใหม่ — อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • สัญญาเช่าบ้าน (ชอนเซ/วอลเซ)
    • สัญญาซื้อขายบ้าน (กรณีย้ายเข้าบ้านที่ซื้อเป็นของตัวเอง)
    • เอกสารอื่นที่ยืนยันการย้ายที่พำนักได้ (กฎหมายระบุไว้กว้างๆ ว่า "เอกสารที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด" ดังนั้นถ้าไม่มีสัญญาเช่าหรือสัญญาซื้อขาย เช่น พักหอพัก (โคชีวอน) หอพักบริษัท หรือบ้านเพื่อน/ญาติ แนะนำให้สอบถามเว็บไซต์ HiKorea หรือโทร 1345 ก่อนไปยื่นว่าต้องใช้เอกสารอะไรแทน)
  • (กรณีย้ายทั้งครอบครัว) บัตรประจำตัวคนต่างด้าวของสมาชิกครอบครัวแต่ละคน — ทั้งนี้ กฎหมายไม่ได้ ระบุไว้ชัดเจนว่ากรณีแจ้งพร้อมครอบครัวต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมหรือไม่ แนะนำให้สอบถามหน่วยงานที่จะไป ยื่นก่อนนะคะ

ติดต่อสอบถาม

  • ศูนย์ให้บริการข้อมูลชาวต่างชาติ: ☎ 1345
  • เว็บไซต์ HiKorea: www.hikorea.go.kr (แจ้งออนไลน์ ค้นหาสำนักงานที่รับผิดชอบ)
  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบพื้นที่ที่พำนักใหม่
  • หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นของที่พำนักใหม่ (สำนักงานเขต เทศบาล หรือศูนย์บริการประชาชนประจำพื้นที่)

แหล่งข้อมูล

  • กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง (มีผลบังคับใช้ 2 ตุลาคม 2026) มาตรา 36 (การแจ้งเปลี่ยนที่พำนัก รวมวรรค 8 เรื่องบัตรดิจิทัล) มาตรา 35 (การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงทะเบียนคนต่างด้าว) มาตรา 46 วรรค 1 (เหตุผล การเนรเทศ ตรวจสอบครบทุกอนุมาตรา (1)-(15)) มาตรา 98 (2) (บทลงโทษ) มาตรา 100 วรรค 2 (1) (ค่าปรับ ทางปกครองกรณีฝ่าฝืนมาตรา 35) มาตรา 102 (1) (คำสั่งแจ้งเตือนให้ชำระค่าปรับ) — ตรวจสอบต้นฉบับโดยตรง ผ่าน Open API ของศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติเกาหลี (law.go.kr/DRF, MST=290729) (ตรวจสอบเมื่อ 14 ตุลาคม 2026)
  • กฎหมายลำดับรองของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง มาตรา 45 (การแจ้งเปลี่ยนที่พำนัก) มาตรา 102 (เกณฑ์การ กำหนดค่าปรับทางปกครอง) และตารางที่ 2 — ตรวจสอบด้วยวิธีเดียวกัน พบว่าการฝ่าฝืนมาตรา 36 ไม่ได้อยู่ ในตารางที่ 2 (law.go.kr/DRF, MST=290501, ตรวจสอบเมื่อ 14 ตุลาคม 2026)
  • กฎกระทรวงตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง มาตรา 49/3 (การแจ้งเปลี่ยนที่พำนัก — ประเภทแบบฟอร์ม และ เอกสารแนบ: สัญญาเช่า สัญญาซื้อขาย หรือเอกสารอื่นที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด) — ตรวจสอบด้วยวิธีเดียวกัน (law.go.kr/DRF, MST=289833, ตรวจสอบเมื่อ 14 ตุลาคม 2026)
  • เว็บไซต์ HiKorea (hikorea.go.kr) — เมนูยื่นคำร้องออนไลน์ (ตรวจสอบเมื่อ 14 ตุลาคม 2026 เป็นข้อมูล อ้างอิงเสริม แนะนำตรวจสอบขั้นตอนบนหน้าจอจริงอีกครั้งจากเว็บไซต์ทางการ)

ข้อมูล ณ วันที่

14 ตุลาคม 2026

คำเตือน

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีเอกสารยืนยันที่พำนักไม่ชัดเจน หรือวิธี จัดการจริงเมื่อแจ้งช้ากว่ากำหนด เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล กรุณาสอบถามผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตรง (เช่น ศูนย์ให้บริการข้อมูลชาวต่างชาติ โทร. 1345)